1

“ความฝัน + ความหวัง เป็นของฟรี” กับ “CHIVA TOWER” 168 ชั้น

11

สำหรับสาระน่ารู้ในฉบับนี้ผมจะพูดถึง  “คำขวัญ” ประจำตัวที่ผมได้คิดขึ้นและผมมักจะใช้เป็นกำลังใจอยู่เสมอๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาผมเกิดอาการอ่อนล้า ยามเผชิญกับ “ปัญหา” และ “อุปสรรค”   เป็นเสมือนการ “เติมพลัง” ให้กับ “จิตใต้สำนึก” ภายในใจผม  เพื่อให้ผมได้ฮึดสู้ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง  มีข้อคิดที่น่าสนใจมากที่อยากฝากเอาไว้ครับว่า  ยามที่ท่านอ่อนแอหรือท้อแท้ท่านอยากจะเป็นเหมือน  “เรือที่กำลังจม” (Sinking  Ship)  หรือเป็นเหมือน “ยักษ์ที่กำลังหลับ”(Sleeping Giant) หรือ  “มังกรที่กำลังหลับ”  (Sleeping Dragon)  ซึ่งหมายความว่าถ้าท่านเป็น  “เรือที่กำลังจม” ก็ยากที่จะเยียวยาแก้ไขให้ฟื้นตัวขึ้นมาใหม่  รอเวลาที่เรือจะจมลงไปในพื้นมหาสมุทรเหมือน  “เรือไททานิค”  ที่ชนกับภูเขาน้ำแข็งและสุดท้ายก็ล่มจมลง  แต่ถ้าท่านเป็นเหมือน “ยักษ์ที่กำลังหลับ” หรือ  “มังกรที่กำลังหลับ” เหมือนอย่างประเทศ  “จีน” ที่เปรียบเหมือนกับ “มังกรที่กำลังหลับใหล”   พอมี  “พลวัตร” ใหม่ ๆ  “ มังกร” ที่กำลังหลับใหลก็จะปลุกให้ตื่นขึ้น  เป็น “มังกร” ที่ได้นอนเต็มอิ่มสดชื่นและทรงพลังมาก  ที่ใคร ๆ  ก็ต้องเกรงใจ  หรือเหมือน “ยักษ์ที่กำลังหลับใหล”  รอเวลาที่ปลุกให้ตื่นเช่นกันครับ

 

แต่การที่จะปลุก “มังกร” หรือ “ยักษ์” ที่หลับใหลให้ตื่นขึ้นมาได้นั้น   ต้องมีทั้งความ  “เชื่อ”  แล้วก็   “ศรัทธา”  ว่าท่านจะสามารถทำได้สำเร็จ  ภายใต้แนวคิดของผมที่ว่า “ความฝัน + ความหวังเป็นของฟรี” ครับ    เพราะถ้า “ความฝัน + ความหวังเป็นของฟรี”  แล้วท่านยังไม่กล้าที่จะ  “ฝัน”  ไม่กล้าที่จะ  “หวัง” ท่านก็จะเป็นคนประเภทที่ไม่มีทั้งปัจจุบันและไม่มีทั้งอนาคต  นอกจากนั้นก็ยังไม่เหลืออะไรให้คนรุ่นลูกหลานได้ภาคภูมิใจ   ในสถานการณ์เช่นนี้  ท่านก็ไม่ต่างอะไรกับ  “เรือที่กำลังจม”  เพราะท่านได้ยอมแพ้อย่างศิโรราบต่อโชคชะตาฟ้าลิขิต  จึงใช้ชีวิตไปอย่างเรื่อยเปื่อยแบบวันต่อวัน  เป็นชีวิตที่ช่างไร้ค่าครับ

 

มีคนถามผมเสมอครับว่า แล้ว  “ความฝัน + ความหวังที่เป็นของฟรี  ของผมนั้นคืออะไร  ที่จะสามารถปลุก “ยักษ์” หรือ “มังกร” ที่กำลังหลับในตัวผมให้ตื่นขึ้นได้  ทำให้วันแต่ละวันของผมให้มีคุณค่าและมีความหมายมากยิ่งขึ้น   รวมทั้งทิ้งเรื่องราวฝากไว้ให้เป็น “ตำนาน” เล่าขานกันไปไม่รู้จบรู้สิ้น  ซึ่ง    “ความฝันและความหวัง” อันเป็นของฟรี ของผมได้นำผมและคณะทำงานไปสู่จุดหมาย คือ  การออกแบบและการก่อสร้างอาคาร  “CHIVA TOWER”  ซึ่งเป็นตึก “ระฟ้า”  สูง  168  ชั้น  สูงที่สุดใน   “ ASEAN” ให้ “สำเร็จ”   ครับ

 

ทำไม “CHIVA TOWER”   ซึ่งเป็นตึก “ระฟ้า”  ที่สูง  168  ชั้น  อันเป็น “ความฝัน + ความหวัง” ที่เป็นของฟรี ของผม จึงมีความหมายเป็นอย่างยิ่ง   ก็เพราะตึก “ระฟ้า” หลังนี้ทำให้ผมเชื่อว่าหากสามารถดำเนินการจนแล้วเสร็จ     จะปลุกสังคมไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งสังคม “ผู้สูงวัย”  ที่กำลังอ่อนล้า  ให้ตื่นขึ้นอย่างกระชุ่มกระชวย   เพราะตึก “ระฟ้า” หลังนี้ได้รับการออกแบบจากผมเพื่อจะให้เป็น “ศูนย์กลาง” ของ  “Anti – Aging” คือ “การชะลอวัย”   และ Rejuvenation”  คือ  “การย้อนวัย”  สำหรับบรรดา “ผู้ที่สูงวัย” ทั้งหลายจะได้เข้ามาใช้บริการกันครับ   และตั้งใจว่าจะเป็นตึก “ระฟ้า” ที่สุขภาพดีที่สุดและสูงที่สุด ทั้งยังเป็น “ศูนย์รวม” ขององค์ความรู้ที่ผสมผสานกันของบรรดาศาสตร์แห่งการมีสุขภาพดีต่าง ๆ   อันเป็น “ภูมิปัญญา” ของทั้งทางตะวันออกและตะวันตก  ที่จะมาแลกเปลี่ยน, เรียนรู้ และแบ่งปันกันที่ “CHIVA TOWER” แห่งนี้   เห็นไหมครับเพียงแค่คิดก็ ว๊าว !!!  ตื่นเต้น!!! อยากเห็นและอยากให้สร้างเสร็จในเร็วไวแล้วครับ

 

เพราะในโลกแห่งความเป็นจริงนั้นอีกไม่นานเกินรอ  สังคมไทยก็จะเข้าสู่ “สังคมผู้สูงวัย” เต็มรูป   คาดการณ์ว่าจะมี  “ผู้สูงวัย” กว่า  15   ล้านคน   เฉพาะในประเทศของเราที่จะต้องดูแลเอาใจใส่  หากนับรวมบรรดา “ส.ว.”ในประชาคม “อาเซียน”   และประเทศเพื่อนบ้าน  เช่น  จีน,  ญี่ปุ่น, อินเดีย,   ออสเตรเลีย ฯลฯ ก็น่าจะมีบรรดา “ส.ว.” เกินกว่า  100  ล้านคนครับ   “ผู้สูงวัย” เหล่านี้แหละครับจะเข้ามาใช้บริการ “ตึกสูง” ของผม  ตั้งแต่อบสมุนไพร,  นวดแผนไทย    ตลอดไปจนบรรดาอาหารปลอดสารพิษ  ต่าง ๆ   ทำให้ผมเชื่อว่าจะทำให้บรรดาเกษตรกรนับล้านครัวเรือนทั่วประเทศจะหันกลับมาทำการเกษตรอินทรีย์,   ปลูกพืชผัก ผลไม้ปลอดสารพิษ ฯลฯ   ซึ่งก็จะทำให้มีรายได้เพียงพอหรือเกินพอที่จะดูแลทั้งตัวเองและครอบครัว   บรรดา ชาวนา, ชาวไร่ และชาวสวนก็จะมีแหล่งระบายผลผลิตทางการเกษตร (ที่ต้องปลอดสารพิษเท่านั้น)

 

แนวคิดในการสร้าง “CHIVA TOWER”  สำหรับบรรดา  “ผู้สูงวัย” ตั้งแต่อายุ  45-50++  ปี  เป็นต้นไป   แท้จริงแล้วผมได้ริเริ่มมีดำริมานาน  5-6  ปีแล้วครับ  ได้ผ่านการออกแบบและมีพัฒนาการมาอย่างช้า ๆ  ภาพที่ออกมาก็เด่นชัดมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นการเริ่มการทำงานภายใต้  “คำขวัญ” ที่เรียบง่ายของผมที่ว่า   “ความฝัน + ความหวังเป็นของฟรี”  ครับ   ทั้งยังเป็นกระบวนการนำเอา  “ของดีมีอยู่” ของบ้านเรานำมาต่อยอดทาง “วิสัยทัศน์” (Visionary)  และ “กระบวนทัศน์” (Missionary) ทั้งในแง่ของภูมิปัญญาใน การกิน + การอยู่ แบบไทย  รวมทั้ง  ศิลปวัฒนธรรมไทย  นำไปอวดชาวโลกว่า “คนไทยมีดี”  ทั้งยังจะให้คนไทยได้มีโอกาสมาใช้และมาแบ่งปันให้ชาวต่างชาติที่ต่างก็เป็น   “ส.ว.” เหมือน ๆ  กัน   ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น “เพื่อนร่วมทุกข์”  ก็จะได้มีโอกาสเข้ามาแชร์เข้ามาใช้   ก็น่าจะดีกับทุกฝ่ายครับ

 

บรรดาแฟนๆ “ชาวคนรักบ้าน” ก็ต้องติดตามกันต่อไปครับ  ผมเชื่อว่าโครงการดี ๆ  เช่นนี้  อีกไม่นานเกินรอ บรรดา  “ส.ว.” ทั้งไทยและเทศที่เป็นประเภท  “ไม้ไกลฝั่ง”   คงจะได้มีโอกาสมาใช้ร่วมกันอย่างแน่นอนครับ

About Hassakant

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>