1

“บ้านตากอากาศไม่บาน” ที่ “เกาะลิบง”

สำหรับในฉบับนี้เพื่อเป็นการเอาใจบรรดาแฟน ๆ   ชาว “คนรักบ้าน”  ทั่วประเทศ   ที่กำลังคิดจะมี “บ้าน”หลังเล็ก ๆ  ยกพื้นสูง   (ประมาณ  1.20  -1.50  เมตร) สักหลัง ซึ่ง “บ้านไม่บาน”  ในรูปแบบนี้สามารถปรับประยุกต์ใช้งานเป็นบ้านพักตากอากาศชายทะเล หรือริมแม่น้ำ  หรือ เชิงเขา  ก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใด  สำหรับ “บ้านไม่บาน” ตากอากาศหลังนี้มีที่มาที่ไปมาจากสุภาพสตรีท่านหนึ่งมีที่ดินผืนงาม  อยู่ชายทะเลที่ “เกาะลิบง”  อำเภอ “กันตัง”  จังหวัด “ตรัง”  ซึ่งว่ากันว่าเป็นชายทะเลที่สวยที่สุดและยังคงความเป็นธรรมชาติที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ    ซึ่งผมต้องใช้เวลาจินตนาการอยู่นานว่า “บ้านตากอากาศไม่บาน” ในฝันควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร  ที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืนระหว่าง  หาดทราย  สายลม  เกลียวคลื่นกับสองเรา  ทั้งยังต้องมีบรรยากาศที่ “โรแมนติก”  ให้เกียรติกับสภาพแวดล้อม  ซึ่งผมมักจะเรียกว่าสภาพทาง “ภูมิบ้าน  ภูมิเมือง   ภูมิสังคม”   ซึ่งหมายถึง   นอกจากสภาพทางภูมิอากาศแบบร้อนชื้นชายทะเลแล้ว  ยังต้องคำนึงถึงวิถีการดำรงชีวิตและรูปแบบสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ที่สะท้อน “กลิ่นอาย” ของ “เกาะลิบง” ที่มีชื่อเสียงความงามไปทั่วโลก   ซึ่งจะว่าไปแล้วความยากง่ายในการออกแบบ “บ้านตากอากาศไม่บาน”ก็อยู่ตรงนี้แหละครับ    จะทำอย่างไร จะเดินก้าวไปข้างหน้าอย่างไรโดยไม่ลืมที่จะหอบหิ้วเอา “ของดีมีอยู่”  ของพื้นถิ่นนั้นไปพร้อมกันด้วยครับ

1

หากพิจารณาให้ดีจะเห็นรูปแบบโครงหลังคาของ “บ้านตากอากาศไม่บาน” หลังนี้  ผมตั้งใจออกแบบให้เป็นทรง “ปั้นหยา”  ตกแต่งด้วยลายฉลุแบบโบราณ  อันเป็นเอกลักษณ์ของ “เรือนพื้นถิ่นภาคใต้”  และมีการยกพื้นสูงเพื่อให้ระบายอากาศได้ดีและลดปัญหาที่เกิดจากความชื้นและบริเวณที่ยกสูงนี่แหละครับได้รับประโยชน์หลายประการ  อาทิเช่น   เป็นที่วาง  “คอมเพลสเซอร์”  เครื่องปรับอากาศ   บริเวณใต้ถุนเรือน  ซึ่งสามารถลดปัญหาการระบายน้ำแล้วยังลดปัญหาเรื่องแมลงที่ไม่พึงประสงค์  เช่น  มด  ปลวก   ฯลฯ   ตลอดจนลดปัญหาเรื่องสัตว์ที่มีพิษไม่พึงประสงค์ ประเภท  งู  ตะขาบ   ฯลฯ   นอกจากนั้นยังช่วยให้การเซอร์วิสหรือการซ่อมบำรุงระบบท่อต่าง ๆ  ทำได้ง่าย  เพราะมีพื้นที่เพียงพอที่ช่างซ่อมบำรุงสามารถเข้าไปทำงานใต้ถุน “บ้านตากอากาศไม่บาน” หลังนี้ได้

2

หลังคาทรง “ปั้นหยา” หรือเรียกภาษาทางช่าง   เรียกว่า “HIP ROOF”  ในการออกแบบทางสถาปัตยกรรมแล้ว  ถือว่าเป็นโครงหลังคาที่สมบูรณ์แบบที่สุด  เมื่อเผชิญกับสภาวะ “ฝนแปด แดดสี่”  ซึ่งหมายถึง สภาพภูมิอากาศ  ตลอดทั้งปีต้องเผชิญกับแดดแรงและฝนตกชุก   เพราะมีชายคาที่ยื่นยาว ที่พร้อมจะกันแดดคุ้มฝน  หรือในกรณีที่จะต้องเผชิญกับแดดที่ร้อนแรงทางทิศตะวันตก   อาจจะทำเป็นระแนงไม้  ปลูกไม้เลื้อยประเภท “เทวดาเลี้ยง” (ปลูกง่าย โตไว ตายยาก ) พวก “การเวก” , “กระดังงา”  หรือ “ม่านบาหลี”  ก็ไม่ผิดกติกาแต่ประการใด  ด้านบนของระแนงอาจจะกรุด้วยวัสดุมุงแบบโปร่งใส  ที่เรียกว่า “โพลีคาบอร์เน็ท”  ที่แสงผ่านได้แต่น้ำผ่านไม่ได้  ก็ยิ่งดีกับพืชพรรณไม้  เพราะ “คลอโรฟิลล์”  ในสีเขียวของใบไม้ต้องการแดดในการสังเคราะห์แสงและให้ออกซิเจน  นำมาซึ่งความสดชื่นกับผู้ที่พักอาศัยใน “บ้านตากอากาศไม่บาน” หลังนี้เป็นอย่างยิ่ง

 

“สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น”   ครับ  มาชื่นชมความงามของ “บ้านตากอากาศไม่บาน” ที่  “เกาะลิบง”  กัน  สารภาพตามตรงครับว่า  เมื่อผมออกแบบเสร็จก็ถึงกับอึ้ง ทึ่ง ในความงาม  แบบ “รักแรกพบ” เลยทีเดียว  นอกจากในบางอารมณ์จะรู้สึก “อิจฉาตาร้อน” กับเจ้าของบ้าน    ก็ยังนั่งนับวันนับคืนที่จะรอให้สร้างเสร็จ จะได้เข้าไปพักใน “บ้านไม่บานตากอากาศ”  หลังนี้    จะได้กินลมชมคลื่นที่ชายหาดแสนสวยระดับตำนาน  ณ  “เกาะลิบง”  สักครั้งในชีวิต

About Hassakant

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>